วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

ทีม ส.บ.ม.FC

สวัสดีครับพวกเราสมาชิกทีม ส.บ.ม.FC
ขอกำลังใจทุกคนช่วยชมและเชียร์พวกเราให้เป็นแชมป์ฟุตซอลหลีกของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วยนะครับ

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

ความแตกต่างระหว่างBlogกับWebsite

blog
ปรากฎการณ์ใหม่ในโลก Internet ที่กำลังมาแรงแซงหน้า Web Board, Diary, MSN ก็คือ blog (บล็อก)
blog คืออะไร
blog เป็นคำนาม ย่อมาจากคำว่า Web log หมายถึง Web Page ที่ให้คนทั้วไปสามารถเข้ามาอ่านเรื่องราวส่วนต้วต่าง ๆที่เราเขียนขึ้นมา ส่วนมากจะ update ทุกวัน โดยที่ blog จะสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้สร้างblog ถ้าเป็นคำกริยา หมายถึง การสร้าง Web logBlogger หมายถึง บุคคลที่สร้าง blog (มี blog เป็นของตนเอง)(ความหมายจาก http://www.webopedia.com)
blog VS Web Board
Web Board คือ เป็นการแสดงความคิดเห็นของเราให้คนอื่นอ่าน เช่นที่ http://www.pantip.com ความต่างคือ
1. blog เราเป็นเจ้าของ Web Board เราเป็นคนเขียนคนเดียวตั้งกระทู้อยู่คนเดียว คนที่เข้ามาอ่านทำได้เพียงการ comment และถ้าใครจะอ่านคำ comment ก็ต้อง Click เข้าไปดู ทำให้ไม่เกิดการโต้เถียงเหมือนใน Web Board
2. เนื้อหาของ blog จะมีความต่อเนื่องมากกว่า (ก็เขียนคนเดียวนี่หว่า) ไม่เหมือน Web Board ที่มีหลายคนผลัดกันตั้งกระทู้ เผลอแป๊บเดียวกระทู้ก็เก่า ตกหายไปไหนก็ไม่รู้
blog VS Diary
Diary คือ การเขียนเรื่องราวที่เราพบเจอในแต่ละวัน แต่ blog จะเขียนได้หลากหลายเรื่องราวมากกว่า เช่น blog วิธีป้องกันไข้หวัดนก แต่ถ้าเราเขียน blog ประสบการณ์แต่ละวันของเรา ก็จะเหมือนกับ Diary ครับ
รูปแบบเนื้อหาของ blog
1. ไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ที่เหมือนกันคือ แต่ละเรื่องที่เราเขียนจะมีลงวันที่และเวลาไว้ โดยที่เรื่อง ที่เราเขียนไว้ล่าสุด จะอยู่บนสุด
2. มี comment เพื่อให้คนอ่านแสดงความคิดเห็น มีการให้คะแนน โดยที่หน้าแรกของ Website นั้น จะบอกว่า blog ใครคะแนนสูงสุด หรือ blog ไหนที่ update ล่าสุด
3. ภาษาที่ใช้ใน blog ควรเป็นภาษาที่อ่านง่าย สบาย ๆเป็นตัวของตัวเอง(ไม่จำเป็นต้องสุภาพเท่า Web Board)
4. ถ้าให้คนไทยอ่านก็ทำ blog เป็นภาษาไทย ถ้าต้องการให้คนทั้งโลกอ่านก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษครับ
5. ตามความหมายของ blog สามารถเขียนคำหยาบ ลามก ด่าทอ โกหกยังไงก็ได้ ตามใจท่าน เพราะมันเป็นความคิดเห็นของท่านเอง (สำหรับเรื่องนี้ คนไทยไม่ต้องตามฝรั่งก็ได้ครับ และเว็บไซต์ D-Looks เองก็ไม่สนับสนุนให้ทำตามฝรั่งครับ ^ ^!)
6. นอกจากนี้เนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือแล้ว เราสามารถใส่ Link ใส่รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียงได้ครับผม
ประโยชน์ของ blog
1. เป็น เวทีที่ใช้แสดงความคิดเห็นของเรา ทำให้คนที่ชอบเรื่องเดียวกับเราเข้ามาอ่าน และแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นกันได้ ถ้าเราเขียนดี อาจจะมีแฟนประจำ หรือแฟนคลับเกิดขึ้นได้ แจ๋วจริง
2. ใช้ในเรื่องการตลาด เช่น ถ้าบริษัทเราทำธุรกิจในเรื่องการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เราก็ทำ blog ของบริษัท มีเนื้อหาเกี่ยวกับชิ้นส่วนยานยนต์แทรกในเนื้อหาด้วยว่าผลิตภัณฑ์บริษัทเรา ดีอย่างไรได้มาตรฐานอย่างไร แบบว่าต้องแอบขายของให้กลมกลืนกับเนื้อหาที่เขียน อย่าโฆษณาขายแบบโต้ง ๆ ต้องมีศิลปะในการขายด้วย และมี link ที่เกี่ยวกับข้องกับเรื่องชิ้นส่วนยานยนต์ เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่อย่าลืม Update บ่อย ๆ นะครับ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และไม่ต้องเขียนด้วยภาษาที่หรูมาก อย่างที่บอก blog เขียนด้วยภาษาที่อ่านง่ายๆ ไม่ต้องพิธีรีตองมาก (แบบที่ผมเขียนอยู่นี้ก็ได้ครับ) และต้องให้ความสำคัญกับหัวเรื่องให้มากหน่อย เพราะพวก Search Engine เช่น google.com ชอบใช้พวกนี้ในการทำ index ครับ ยิ่งเราแยกหลายหัวข้อ และชัดเจน เวลาที่ผู้คนใช้ Search Engine ก็จะเจอ blog ของบริษัทเราหลาย ๆ link มากขึ้นครับ